Press "Enter" to skip to content

IP Address #1

IP คือหมายเลขประจำตัวของ Network Interface (NIC) ของอุปกรณ์ Electronics ที่เชื่อมต่อ Network ได้ (ไม่ได้มีแค่ Computer อย่างเดียว) มี 2 Version คือ Version 4 (IPv4) และ Version 6 (IPv6)

ก่อนปี 1981 , IP address ถูกใช้แค่ 8 bit เพื่อใช้กำหนดตำแหน่ง network address จำกัดจำนวน networks เท่ากับ 256 เท่านั้น แต่ปัจจุบันกลับไม่เพียงพอในปี 1981 , RFC791 ได้ดำเนินการปรับปรุงเป็น IPv4 32 bit ขึ้นมาโดยยอมให้มีความแตกต่างกันทั้ง classes และ จำนวน network

1.ส่วนที่ใช้เป็นหมายเลขเครือข่าย (Network Address)
2.ส่วนที่ใช้เป็นหมายเลขเครื่อง (Host Address)

– แบ่งเป็น Class A , Class B , Class C

– Class A ใช้ 8 bit แทนตำแหน่ง network address
– Class B ใช้ 16 bit แทนตำแหน่ง network address
– Class C ใช้ 24 bit แทนตำแหน่ง network address

** หนังสือบางเล่มแบ่งออกเป็น 5 Class ด้วยกันได้แก่ Class A, B, C, D และ E สำหรับ Class D และ E ทางหน่วยงาน InterNIC (Internet Network Information Center: หน่วยงานที่ได้รับการจัดตั้งจากรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการออกมาตรฐานและจัดสรรหมายเลข IP Address ให้กับคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายทั่วโลก) ได้มีการประกาศห้ามใช้งาน

Class A หมายเลข IP Address จะอยู่ในช่วง 0.0.0.0 ถึง 127.255.255.255 มีไว้สำหรับจัดสรรให้กับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อภายในเครือ ข่ายจำนวนมากๆ
Class B หมายเลข IP Address จะอยู่ในช่วง 128.0.0.0 ถึง 191.255.255.255 มีไว้สำหรับจัดสรรให้กับองค์กรขนาดกลาง ซึ่งสามารถเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายได้มากถึง 65,534 เครื่อง
Class C หมายเลข IP Address จะอยู่ในช่วง 192.0.0.0 ถึง 223.255.255.255 มีไว้สำหรับจัดสรรให้กับองค์กรขนาดเล็กและใช้กับคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ในเครือ ข่ายอินเตอร์เน็ตสามารถต่อเชื่อมกับคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายได้ 254 เครื่อง
Class D หมายเลข IP Address จะอยู่ในช่วง 224.0.0.0 ถึง 239.255.255.255 สำหรับหมายเลข IP Address ของ Class นี้มีไว้เพื่อใช้ในเครือข่ายแบบ Multicast เท่านั้น
Class E หมายเลข IP Address จะอยู่ในช่วง 240.0.0.0 ถึง 254.255.255.255 สำหรับหมายเลข

> ช่วงแรกของการพัฒนา classful addressing จำกัดปัญหาที่ 256 network
> แต่หลังจากนั้นมีการกำหนดให้ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับ IP address โดย Internet Engineering Task Force (IETF)
> IETF มีการอธิบายถึง classless Interdomain Routing (CIDR) ซึ่งใช้ VLSM ในการแก้ปัญหาของ address
> เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง Classful กับ Classless แล้วพบว่า

Classful  Classless 
Routing protocol summarize classful boundary ไม่จำเป็นต้องทำ summarize
ไม่มีการใส่ subnet mask ใน routing update Routing protocol มีการใส่ subnet mask เข้าไปใน routing update
RIPv1 RIPv2 , EIGRP , OSPF

อ่านต่อ #1 #2 #3

Arnon Hongklay
Arnon Hongklay

View all posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.